เทคนิคการทานอาหารสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อนขึ้นคอมีอะไรบ้าง

อาการกรดไหลย้อน เป็นอาการที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เนื่องจากผู้คนจะคิดว่าเป็นอาการที่เกิดจากการเป็นโรคกระเพาะธรรมดาทั่วไป แต่ความจริงแล้วนั้นอาการนี้ไม่ใช่อาการของโรคกระเพาะ เนื่องจากโรคดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับและโรคกระเพาะนั้น อาจมีอาการคล้ายกัน แต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน และถ้าหากเกิดอาการ มักจะมีอาการเป็นประจำ จนกลายเป็นโรคเรื้อรัง มีความเสี่ยงสูงที่จะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารได้

โดยทั่วไปอาการนี้ สามารถเกิดได้ทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ และส่วนมากมักแก้ไขอาการเหล่านี้โดยการทานยาลดกรด ซึ่งหากทานมากเกินไปยาประเภทนี้จะไม่ให้ผลดีต่อร่างกาย อีกทั้งคนที่มีโรคประจำตัว อาจทำให้เกิดสภาวะหัวใจล้มเหลวได้ จึงถือได้ว่าค่อนข้างอันตรายมากเลยทีเดียว วันนี้เราจึงได้นำเทคนิคการทานอาหารสำหรับคนที่เป็นกรดไหลมาฝากกันค่ะ ส่วนจะมีเทคนิคอะไร และน่าสนใจอย่างไรบ้าง ซึ่งเทคนิคต่าง ๆ มีดังนี้

  1. เคี้ยวอาหารให้ช้าลง คำละ 30 วินาที

การเคี้ยวอาหารให้นาน ก็เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการขึ้นมา เนื่องจากคนส่วนมากมักมีพฤติกรรมการทานอาหารที่ค่อนข้างเร็วทำให้กลืนเร็วเกินไป ควรค่อย ๆ เคี้ยวอาหาร คำละประมาณ 30 วินาที เพราะการทำงานของช่องปากเรานั้น นอกจากจะทำการบดเคี้ยวอาหารที่ทานเข้าไปแล้ว ที่สำคัญคือน้ำลายทำหน้าที่ในการย่อยแป้งจากอาหารที่เราทานเข้าไปและแป้งจะไปย่อยอีกทีที่ล้ำใส้เล็ก กว่าที่จะถึงลำไส้เล็กก็จะทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแก๊สขึ้นมาทำให้จุก เป็นกรดไหลย้อนได้ ซึ่งถ้าหากใช้เทคนิคเคี้ยวอาหารให้ช้าลงนี้ จะช่วยให้กระเพาะทำการย่อยอาหารได้ดีขึ้นและไม่เกิดการเน่าจนเกิดแก๊สของกลุ่มอาหารประเภทแป้งขึ้นนั่นเอง

  1. ทานอาหารแบบคนจีนหรือคนญี่ปุ่น

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า การทานอาหารแบบคนจีนหรือคนญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไรและช่วยได้จริงหรือไม่ ซึ่งการทานอาหารแบบคนทั้ง 2 ประเทศนี้ จะเป็นการทานอาหารประเภท ข้าว แป้ง น้ำตาล ของหวานทีหลัง ส่วนพวก เนื้อสัตว์ ผัก หรืออาหารต่าง ๆ จะทานก่อนหรือทานมากกว่าข้าวและแป้ง เนื่องจากเมื่อเราทานอาหารที่ไม่ใช่ประเภท ข้าว แป้ง น้ำตาลลงไปแล้ว กระเพาะจะเปิดให้อาหารที่ทานเข้าไปก่อนนั้น ได้ลงไปย่อยต่อในลำไส้เล็กแล้ว จึงทำให้หากทานข้าวลงไปทีหลัง อาหารเหล่านั้นก็จะไม่เน่า ไม่เกิดแก๊สขึ้น อีกทั้งยังทำให้ไม่เกิดอาการท้องอืดขึ้นอีกด้วย

  1. ไม่ทานแล้วนอนทันที

การทานก่อนนอนแต่ไม่ได้หมายความว่าทานมื้อดึก เมื่อทานแล้วต้องรออย่างน้ำ 2-3 ชั่วโมง ถึงจะสามารถนอนหลับได้ เนื่องจากในเวลา 2-3 ชั่วโมง กระเพาะอาหารและลำไส้จะทำการย่อยอาหารที่ทานเข้าไป หากทานเข้าไปแล้วนอนเลย จะทำให้เกิดอาการขึ้นจากการที่อาหารที่ทานเข้าไปนั้น ไม่ย่อยนั่นเอง

  1. ลดอาหารรสจัด ทานให้น้อยลง

อาหารรสจัดเป็นอาหารประเภทที่คนส่วนใหญ่ชอบทานมากทีเดียว และเป็นอาหารประเภทที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนและอาการแสบคอ แสบจมูกอย่างรุนแรง เมื่อกรดหรือแก๊สในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำการเกิดความผิดปกติทางหลอดอาหารได้ หากลดการทานอาหารรสจัดให้น้อยลงได้ ก็จะช่วยลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและไม่เกิดอาการดังกล่าวขึ้น

  1. ไม่ดื่มน้ำก่อนกินอาหารและหลังอาหาร

การดื่มน้ำเข้าไปก่อนทานอาหารทำให้กรดในกระเพาะอาหารเจือจาง ซึ่งแทนที่จะย่อยอาหารได้ดีแต่ถูกน้ำเจือจาง หากต้องการดื่มน้ำระหว่างทานอาหารควรจิบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากทานเสร็จแล้วก็ควรเว้นไว้ประมาณ 1-1.30 ชม.ค่อยดื่มน้ำ

  1. หากิจกรรมทำช่วยผ่อนคลาย ลดการตึงเครียด

ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ขึ้น จนนำไปสู่อาการเรื้อรัง ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้ มีความเครียดสะสมจากทั้ง เรื่องเรียน เรื่องการงาน เรื่องสุขภาพ คนในบ้านและสังคมภายนอก ทำให้เกิดอาการนี้ขึ้นได้ง่าย หากแบ่งเวลาหรือหากิจกรรมมาทำเพื่อผ่อนคลาย จะช่วยลดการเกิดอาการกรดไหลย้อนได้

เชื่อได้เลยว่า เทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ จะสามารถช่วยให้คุณนำไปปรับใช้ เพื่อป้องกันและดูแลรักษาอาการกรดไหลย้อนที่เกิดขึ้น ทั้งกับตัวคุณเองหรือคนที่คุณรู้จักที่ป่วย หรือเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น  หากใครเกิดอาการนี้ขึ้นบ่อย ๆ อย่าชะล่าใจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกได้ว่า ร่างกายคุณกำลังมีบางผิดปกติ ควรดูแลรักษาสุขภพของตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า