ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกรดไหลย้อน

ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน เมื่อกล่าวถึงโรคนี้ หลายท่านคงทราบว่าเป็นผลมาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ผิดปกติ แต่ความจริงแล้วโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากความเครียด ความกดดันและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น จึงส่งผลทำให้ความเครียดที่เกิดขึ้นไปกระตุ้นทำให้โรคชนิดนี้เกิดขึ้นและมีอาการทที่รุนแรงมากกว่าปกติ เนื่องจากมีการวิจัยแล้วพบว่า สมองมีการทำงานที่เชื่อมต่อกับกระเพาะอาหาร เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นจะส่งผลต่อการทำงานของกระเพาะอาหารทันที อย่างเช่น เมื่อท่านรู้สึกกดดัน ตึงเครียดมากเกินไป ท่านจะรู้สึกได้เลยว่า ภายในกระเพาะอาหารเกิดความปั่นป่วน บางรายถึงขั้นคลื่นไส้และอาเจียน จึงเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สมองและกระเพาะอาหารมีการทำงานเชื่อมกัน โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักคิดว่า พฤติกรรมการทานอาหารจะส่งผลต่อโรค และความผิดปกติดทางกระเพาะอาหารอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วทั้งความรู้สึก ความคิด ความเครียด เป็นปัจจัยหลักอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงเช่นกัน

โดยโรคชนิดนี้จะพบได้ในทุกเพศและทุกวัย เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีสิ่งเร้าและปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดความเครียด ความกดดันมากขึ้น และยังส่งผลต่อการพักผ่อนน้อยพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นที่กล่าวไป ล้วนเป็นสาเหตุที่เข้าไปกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้โรคกระเพาะชนิดนี้มีอาการรุนแรงขึ้น เพราะเมื่อมีความเครียด ความวิตกกังวลมากเกินไป กล้ามเนื้อภายในร่างกายจะเกิดอาการแข็งเกร็งขึ้น ส่งผลให้หูรูดในกระเพาะอาหารหย่อน และไม่สามารถกลั้นกรดที่ผลิตออกมาได้ จึงทำให้เกิดกรดตีย้อนขึ้นมา มีอาการแสบร้อนบริเวณทรวงอก จุกเสียดแน่นและคลื่นไส้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้ขึ้นได้ ดังนี้

ภาวะซึมเศร้าและโรคซึมเศร้า

สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าและเป็นโรคซึมเศร้า จะมีผลให้เกิดกรดตีย้อนขึ้นได้บ่อยครั้ง เพราะความเครียด ความรู้สึกเศร้า เบื่อที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ไม่มีความอยากอาหารและทานอาหารน้อยลง ทานอาหารไม่ตรงเวลา จึงทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นได้ พร้อมทั้งเมื่อรวมไปกับอาการตึงเครียด จึงส่งผลให้อาการของโรคทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ

หากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงจะส่งผลให้ ฮอร์โมนภายในร่างกายหลั่งออกมาผิดปกติ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายของเราต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อสมองไม่ได้พักและต้องทำงานตลอดเวลา จึงทำให้สมองสั่งการมาที่กระเพาะอาหาร และเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ทำให้มีการผลิตกรดออกมาภายในกระเพาะมากเกินไป ส่งผลให้กรดเหล่านั้นเข้าไปกัดกร่อนกระเพาะ และเกิดแผลในกระเพาะขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้กรดที่ผลิตออกมามากเกินไปไหลย้อนขึ้นมาด้วยนั่นเอง

ความเครียดและวิตกกังวลจากการทำงาน

โดยส่วนใหญ่แล้ว มักเกิดจากความเครียดที่พบเจอในแต่ละวัน รวมไปถึงความเครียด วิตกกังวลและความกดดันจากการทำงาน เพราะการแข่งขันที่สูงขึ้นจากปัจจัยสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้เกิดความเครียดขึ้นสูง ส่งผลให้กระเพาะอาหารเกิดการบีบตัว จากรางกายที่แข็งเกร็งเมื่อเกิดความเครียดและความกดดัน ทำให้ปรสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะขึ้นได้ง่ายกว่าปกติอีกด้วย

สมองและกระเพาะอาหารมีการทำงานที่เชื่อมโยงกัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าพฤติกรรมและความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ที่กล่าวมาด้านบน จะส่งผลต่อการทำงานภายในกระเพาะอาหารด้วย หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา ไม่ใช่เพียงโรคทางกระเพาะอาหาร แต่ยังมีโรคที่เกิดขึ้นได้จากผลลัพธ์ของอาการกรดไหลย้อน  เพราะเมื่อเกิดอาการ จะทำให้รู้สึกแสบร้อนตั้งแต่ช่วงท้องขึ้นมาถึงทรางอก จุกเสียดแน่น แสบและร้อนบริเวณลำคอจากกรดที่ตีขึ้นมา เรอเปรี้ยว กลืนน้ำลายแล้วแสบร้อนภายในลำคอ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากโรคกระเพาะอาหารชนิดนี้นั่นเอง

จากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลทำให้อาการรุนแรงขึ้น ควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงเล็กน้อย เช่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและความวิตกกังวล ด้วยการหาเวลาไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทานอาหารเสริมบำรุงร่างกายและช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย อย่าง ผงกล้วยดิบ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย