งานวิจัยผงกล้วยน้ำว้าดิบและสารสำคัญ

เผยเกี่ยวกับ งานวิจัยผงกล้วยน้ำว้าดิบ พบสารสำคัญสรรพคุณล้นในการรักษาโรค

ขึ้นชื่อว่ากล้วย ผลไม้รสชาติหวาน อร่อย กินได้ง่ายทุกเพศ ทุกวัย หากินได้ทั่วทุกแห่งในโลก แต่สำหรับประเทศเรานั้นมีกล้วยเพียงไม่กี่ชนิดที่คนนิยมกินมาก เช่น กล้วยหอม กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง และกล้วยน้ำว้า โดยเฉพาะกล้วยอย่างหลังสุด “กล้วยน้ำว้า” มีสรรพคุณทางยามากมาย จนมีการศึกษาและงานวิจัยออกมายืนยันสรรพคุณอยู่เรื่อย ๆ เราจึงรวบรวม งานวิจัยผงกล้วยน้ำว้าดิบ ที่เรียกได้ว่าสรรพคุณล้นหลามในการรักษาโรค

สารสำคัญในกล้วยน้ำว้าดิบผง

ในผงกล้วยน้ำว้าดิบนั้นจะประกอบไปด้วยสารสำคัญอย่าง สารแทนนิน (Tannin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารตกตะกอนโปรตีน มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี จึงช่วยเคลือบป้องกันผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่ให้ถูกทำลายโดยอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน อาหารที่ส่งผลต่อการระคายเคืองที่กระเพาะ รวมถึงกรดในกระเพาะในช่วงที่ท้องว่าง นอกจากนี้กล้วยดิบยังช่วยรักษาอาการท้องเสียได้ด้วย ซึ่งสารอีกตัวหนึ่งที่สำคัญมากที่พบได้ในกล้วยดิบ นั่นคือ เซโรโทนิน ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ผนังเยื่อบุกระเพาะอาหารหลั่งเมือกออกมาเคลือบกระเพาะ ป้องกันการถูกกรดในกระเพาะอาหารย่อยอีกทีหนึ่ง

ยังมีงานวิจัยศึกษาว่า กล้วยน้ำว้าดิบช่วยป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร โดยทำการทดลองกับหนูขาวด้วยการป้อนกล้วยน้ำว้าดิบ พบว่ากล้วยนั้นสามารถต้านการเกิดแผลในกระเพาะ โดยกลไกการออกฤทธ์น่าจะเกิดการกระตุ้นให้เซลล์ในเยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดจากการหลั่งสารจำพวก Mucin ที่หลั่งออกมาเพื่อเคลือบกระเพาะ ซึ่งได้ผลที่ดีกว่ายาปฏิชีวนะอย่าง Aluminium hydroxide, Cimetidine และ Poslagiandin

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในผู้ที่อ้วนลงพุง โดยพบว่า การกินผงกล้วยดิบมีผลช่วยลดขนาดรอบสะโพก (hip circumference) ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกินผงกล้วยดิบมีผลช่วยให้รูปร่างและค่าทางชีวเคมีในเลือดของผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินและมีภาวะอ้วนลงพุงดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้ผลในกลุ่มผู้ที่น้ำหนักเกิน แต่ไม่ถึงกับอ้วนลงพุง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในประเทศอินเดียพบว่า ผลกล้วยดิบป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร โดยการไปช่วยเพิ่มปริมาณไกลโคโปรตีนและการแบ่งตัวของเซลล์อีกด้วย

เนื่องจากกล้วยดิบไม่สามารถกินสด ๆ ได้ การกินกล้วยเพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหารของคนสมัยโบราณนั้นจะใช้กล้วยดิบหรือกล้วยห่าม (เนื่องจากมีสารแทนนินในปริมาณที่มากกว่ากล้วยสุก) ทั้งเปลือกมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่น ๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำมาบดในครกให้ละเอียดเป็นผง เก็บไว้ในภาวชนะที่ปิดสนิท เพื่อนำไปกินกับข้าวหรือผสมน้ำดื่มต่อไป อย่างที่กล่าวไปข้างต้นถึงสรรพคุณบางส่วนของกล้วยดิบ ยังมีสรรพคุณอีกมาก นอกจากนี้กล้วยดิบยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก เวลาท้องเสียหรือท้องร่วง ร่างกายจะสูญเสียโพแสเซียมไปมาก การกินกล้วยดิบจึงเป็นการช่วยชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไปได้ดี หากปล่อยให้ร่างกายสูญเสียโพแทสเซียมไปมาก จะส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ อาจถึงขั้นหัวใจวายและเสียชีวิตได้