โรคอ้วนกับกรดไหลย้อน

โรคอ้วนและโรคกรดไหลย้อน สัมพันธ์กันอย่างไร? และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อโรค

โรคอ้วน นอกจากจะเป็นโรคที่ทำให้ใครหลายท่านไม่มั่นใจแล้วนั้น ยังเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ และเสี่ยงที่จะเป็นโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกเพียบ เนื่องจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คนในยุคสมัยนี้ ทำให้ผู้คนเป็นโรคอ้วนกันเพิ่มมากขึ้น จากสถิติที่ทางโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้สำรวจ พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 – 15 ต่อปีเลยทีเดียว โดยโรคนี้สามารถเป็นได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย เพราะพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทำให้การจะไปไหนทำอะไร ไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากเท่าเมื่อก่อน พร้อมทั้งยังมีอาหารจำพวกฟาสฟู๊ด เบเกอรี่เพิ่มมากขึ้นจากสมัยเมื่อก่อนทำให้มีตัวเลือกในการทานมากขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมการทานอาหารก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

โดยส่วนใหญ่โรคนี้ มักเกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารเป็นหลัก อย่างการทานอาหารเร็วเกินไป เคี้ยวไม่ละเอีย ทานอาหารมื้อดึก รวมไปถึงทานอาหารจำพวกของมัน ของทอด ขนมหวานและแป้งมากเกินไป ส่งผลทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะต่าง ๆ และโรคกรดไหลย้อนที่สามารถเกิดอาการได้บ่อยครั้ง โดยในแต่ละครั้งที่เกิดอาการของโรคนี้ จะมีความรุนแรงมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคอ้วนนี้ จะมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ สภาวะต่าง ๆ ภายในร่างกายผิดปกติ การทำงานของระบบกระเพาะอาหาร มีการทำงานที่ผิดแปลกไปไปจากเดิม จึงทำให้เมื่อเกิดอาการจะมีความรุนแรงมากกว่าปกติ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ อีกด้วย

หลายท่านไม่ทราบว่า โรคอ้วนและโรคกรดไหลย้อนนะมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะเมื่อกระเพาะอาหารมีการทำงานผิดปกติก็จะทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารได้ง่ายมากขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดกรดไหลย้อนขึ้นนั้น เป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทานอาหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพฤติกรรมของผู้ที่เป็นโรคอ้วนนั้นตรงกับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอาการกรดไหลย้อนขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้ที่เป็นโรคนี้ถึงได้มีอาการกดรไหลย้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งรุนแรงและทรมานมากกว่าปกติ เพราะพฤติกรรมต่าง ๆนั้นเป็นพฤติกรรมที่ส่งให้เกิดอาการโดยตรงนั่นเอง โดยพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผล มีดังนี้

  1. ทานอาหารมื้อดึก

พฤติกรรมถือเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ เนื่องจากในตอนกลางคืน กระเพาะอาหารจะทำการหยุดพักชั่วคราว แต่เมื่อมีการทานอาหารเข้าไป กระเพาะอาหารจะใช้เวลาในการย่อย ประมาณ 3-4 ชั่วโมง หากทานอาหารแล้วนอนเลย จะทำให้อาหารไม่ย่อยหรืออาจจะย่อยช้า จึงส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นได้

  1. ทานอาหารประเภท ของมันและของทอดมากเกินไป

อาหารประเภทนี้ย่อมเต็มไปด้วยไขมัน เมื่อทานเข้าไปมาก ๆ ไขมันเหล่านี้จะเข้าไปสะสมอยู่ภายในร่างกายของเรา ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น และเมื่อไขมันพวกนี้เขาไปรวมกับกรดในกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนขึ้นได้ง่าย โดยจะเริ่มจากอาการแสบร้อนกลางอกและค่อย ๆ ไต่ระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

  1. ทานอาหารเร็วเกินไป เคี้ยวไม่ละเอียด

โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น สาเหตุหลักอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นได้ คือ การทานอาหารเร็ววเกินไป เมื่อทานอาหารเร็ว ๆ จะทำให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารนั้นลดลง การดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ภายในช่องปากก็ลดลงตามไปด้วย จึงทำให้รู้สึกทานเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม หิวบ่อย หิวง่าย และเมื่อทานเข้าไปเยอะ ๆ ทำให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ย่อยอาหารไม่ทัน จึงเกิดการหมักหมมของอาหารที่ทานเข้าไป ส่งผลให้เกิดแก็สในกระเพาะอาหาร อาการที่เกิดขึ้นคือ เรอเปรี้ยว และแสบร้อนขึ้นมาบริเวณคอ

นอกจากนี้ ยิ่งเราน้ำหนักมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายของคนเราก็จะขยายตามไปด้วย ทำให้พื้นที่บริเวณหน้าท้องของเราขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ชั้นไขมันภายในร่างกายมีการทำปฏิกิริยากับกรดภายในกระเพาะ ส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อนบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น ด้วยความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องและส่งผลต่อกันของทั้ง 2 โรคนี้ จึงอาจส่งผลทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามอีกมากมาย เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคกระเพาะเรื้อรัง และโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น และสามารถอ่านบทความผู้ที่เป็น กรดไหลย้อน ห้ามกิน