ลำไส้อักเสบเรื้อรัง

ลําไส้อักเสบเรื้อรัง

โรคลำไส้อักเสบ เป็นโรคยอดนิยมสำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัย เพราะส่วนมากสามารถถ่ายทอดได้จากทางพันธุกรรม แต่ทราบหรือไม่ว่า ถ้าหากเกิดโรคนี้ขึ้นบ่อยครั้งจะกลายเป็นโรคเรื้อรังได้ โดยส่วนใหญ่ผู้คนที่เกิดอาการของโรคนี้ขึ้น มักจะคิดว่าเป็นอาการโรคกระเพาะธรรมดา หรือคิดว่าเป็นอาการท้องเสียท้องร่วงจากการทานอาหารที่ไม่สะอาดเพียงเท่านั้น จึงปล่อยทิ้งไว้และเลือกทานยาเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น แต่ความจริงแล้ว เมื่อเกิดอาการของโรคนี้ขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะเราอาจมีอาการแทรกซ้อน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ขึ้นได้

ผู้คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิดว่า หากเกิดอาการของโรคลำไส้อักเสบขึ้นบ่อยครั้ง หรือเป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันนานเกิน 2-3 เดือน จะสามารถทำให้เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้  และยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็งในลำไส้อีกด้วย โดยวิธีการรักษาโรคนี้ มีทั้งการทานยารักษา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และหากเป็นผู้ป่วยอาการหนัก มีภาวะแทรกซ้อน จะต้องทำการผ่าตัดทันที ซึ่งเราสามารถดูแลและป้องกันตนเองจากโรคนี้ได้ โดยการดูแลและป้องกันเบื้องต้น มีดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่ส่งผลทำให้เกิดอาการ

วิธีนี้ ถือเป็นวิธีที่ช่วยได้มากที่สุด เพราะความเครียด พฤติกรรมการทานอาหาร การใช้ชีวิตประจำวัน ล้วนส่งผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย และโรคนี้ก็เช่นกัน เมื่อผู้ป่วยมีความเครียดสูง ก็ส่งผลต่อระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ง่าย อีกทั้งการทานไม่ตรงเวลา ทานอาหารไม่สะอาด เช่น อาหารดิบ หมัก ดอง ก็ส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรียและเชื้อโรคได้อย่างง่ายดาย

  • ทานผักและผลไม้มากขึ้น

ในผักและผลไม้ อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ มากมาย ผักบางชนิดสามารถทาน เพื่อบำรุงรักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งการทานผัก ผลไม้ที่มีกากใย จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย

  • ทานพรีไบโอติกส์เป็นประจำ

พรีไบโอติกส์ เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่กระเพาะอาหารและลำไส้ของเรา ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อเราป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบชนิดนี้ จะทำให้พรีไบโอติกส์ที่อยู่ภายในลดลง จึงต้องทานอาหารที่มีเชื้อชนิดนี้เป็นประจำ โดยควรทาน ผงกล้วยน้ำว้าดิบ และมอสซาเรลลาชีส เป็นต้น

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกครั้งได้ เพียงแต่เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่ส่งผลทำให้เกิดโรคนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต ความเครียด และการทานอาหารก็เป็นส่วนสำคัญ หากสามารถทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวไปได้ จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ถึง 70 % เลยทีเดียว