วิธีการจัดการกับความเครียดลดด้วยตนเองแบบธรรมชาติ

การจัดการความเครียด

ในปัจจุบันผู้คนมีความเครียดเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากปัจจัยต่าง ๆ และจากตนเอง โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการสำรวจพบว่า คนไทยมีความเครียดเพิ่มมากขึ้น ถึงร้อยละ 49.3 เปอร์เซ็นต์ ทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลทำให้มีความกดดันมากขึ้น แข่งขันกันสูงขึ้น จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มีความเครียดพุ่งสูงขึ้นจากเดิม อีกทั้งประชากรที่มีความเครียดพุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ จะอยู่ในช่วงอายุ 19-30 ปีขึ้นไป โดยส่วนมาก ผู้ที่อยู่ในกลุ่มช่วงอายุนี้ จะเป็นกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดในยุคนี้ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อจิตใจ และความเครียดของผู้คนมากพอสมควร

อย่างที่ทราบกันดีว่า หลายสิ่ง หลายอย่าง ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ส่งผลทำให้ผู้คนมีความเครียด เพิ่มมากขึ้นจากแต่เดิมสูงมาก อีกทั้งยังมีสภาวะเครียดในวัยเด็กอีกด้วย โดยการที่จะจัดการกับความเครียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้นั้น อันดับแรกเราต้องทราบถึงสาเหตุ ของความเครียดที่เกิดขึ้นเหล่านั้นก่อน เพราะการที่เราทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น เราจะสามารถจัดการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยปัจจัยส่วนใหญ่ ที่ส่งผลทำให้เกิดความเครียดในปัจจุบัน มีดังนี้

  • ความเจ็บป่วยจากโรคภัย

ด้วยภาวะโรคภัยที่เกิดขึ้นและเป็นมากขึ้นหรือมีการเป็นเรื้อรัง ทำให้ผู้คนที่เป็นโรคมีความทรมาน กังวลและทำให้มีความเครียดสะสมเกิดมากขึ้น ซึ่งสภาวะจิตใจเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่ทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆได้ ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่ว่าจะกำลังเจ็บป่วยอยู่ตัวคุณเองมีส่วนสำคัญมากที่จะต่อสู้กับโรคภัยต่างๆเหล่านั้นและเราเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ให้คุณผ่านเรื่องร้ายๆไปได้

  • สภาพเศรษฐกิจ การเงิน

เรื่องการเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บอกว่ามีความสำคัญกับคุณและอีกหลายๆคนที่คุณรัก ซึ่งการที่ได้เห็นคนที่คุณรักมีความสุข มีกินมีใช้ เป็นส่วนที่ทำให้คุณมีกำลังใจในการทำมาหากิน อย่างไรก็ตามด้วยสภาพเศรษฐกิจหรือปัญหาต่างๆที่กระทบด้านการเงิน ส่งผลต่อจิตใจเป็นอย่างมาก หากต้องการผ่านพ้นสภาวะที่เป็นอยู่ความรู้ทางการเงินก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้ >>> คลิ๊กที่นี่เพื่อดูความรู้ทางการเงิน

  • ปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น

แน่นอนว่า ปัญหาเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความเครียดของเรามากเป็นอันดับต้น ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในที่ ทำงาน ภายในบ้าน หรือแม้กับคนรอบข้าง ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้คนที่มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นกับตนเอง มีสภาวะเครียดเพิ่มมากขึ้นมากว่าเดิม

  • การแข่งขัน

การแข่งขันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้เกิดความกดดันต่อตัวเอง จนทำให้เกิดปัญหาทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกาย เพราะความกดดันจากการแข่งขันในเรื่องต่าง ๆ ส่งผลทำให้เราคิดมากขึ้น ต้องคิดหาวิธีการผลักดันตนเอง หาวิธีการรับปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น จึงส่งผลทำให้เกิดความเครียด จิตใจอ่อนล้าและสุขภาพทรุดโทรมได้

  • การพักผ่อนน้อย

หลายคนไม่คาดคิดว่า การนอนดึก พักผ่อนน้อย จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของตนอง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้เกิดความเครียด อารมณ์แปรปรวน มีความคิดในด้านลบมากขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เมื่อเราทราบถึงสาเหตุและปัญหาที่ส่งผลต่อความเครียดของเราแล้วนั้น เราจะสามารถหาทางแก้ไข้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยวิธีการรับมือและจัดการความเครียด มีวิธีต่าง ๆ ดังนี้

  1. หาเวลาว่าง ทำกิจกรรมคลายเครียด

โดยกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่กิจกรรมที่ผู้คนนิยมมากที่สุด คือ การออกไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน ๆ ไปช้อปปิ้ง ดูหนัง หรือการออกกำลังกายต่าง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเราเกิดความเครียดและได้ทำกิจกรรม ร่วมกับเพื่อนหรือคนใกล้ชิด จะช่วยทำให้เราลดความตึงเครียดได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

  1. จดบันทึกสิ่งที่พบเจอ

หลายคนอาจมองข้ามวิธีนี้ไป แต่ถ้าหากปัญหาที่ทำให้เราเกิดความเครียด คือเรื่องการขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อเรากลับมาถึงบ้านหรือที่พักส่วนตัว ให้เราจดบันทึกเหตุกการณ์ที่เราเจอในวันนั้น เราจะเห็นภาพต่าง ๆ มากขึ้น และเราจะพบว่า ปัญหาหรือสิ่งที่ทำให้เกิดการทะเลาะ ขัดแย้งกันคืออะไร แล้วเราจะต้องทำอย่างไร แก้ไขอย่างไรนั่นเอง

  1. เล่าเหตุการณ์ สิ่งอึดอัดใจ ให้กับคนสนิท

วิธีที่ได้ผลมากเป็นอันดับต้น ๆ คือ การเล่าสู่กันฟัง เมื่อเราได้ระบายความอัดอั้น หรือ เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดออกมาแล้ว เราจะสบายใจมากขึ้น อีกทั้งเรายังได้รับทริค และมุมมองการแก้ปัญหาของคนอื่น ๆ ว่าเมื่อเขาเกิดปัญหาหรือเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เขามีวิธีการรับมืออย่างไร และมีวิธีการจัดการความอึดอัดใจนี้อย่างไรบ้าง อีกทั้งการได้รับถ้อยคำปลอบโยน และให้กำลังใจก็สำคัญต่อจิตใจเช่นกัน

  1. ปรึกษาจิตแพทย์

การพบเพื่อปรึกษาจิตแพทย์เป็นสิ่งที่ไม่ได้ต้องกังวล ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนวิกลจริต ซึ่งจริงๆแล้วการปรึกษาจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้สภาพจิตใจกลับมาดีขึ้นได้และได้รับคำแนะนำต่างๆเพิ่มเติม ดังนั้นหากรู้สึกว่าตนเองมีความเครียดการพบจิตแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ตรงเวลา

ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนน้อย ทำให้อารมณ์ต่าง ๆ ของเราแปรปรวน ส่งผลให้เกิดความคิดฟุ้งซ่าน อารมณ์ฉุนเฉียว เกิดความเครียดได้ง่าย และความจำสั้นลง ซึ่งการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติและเลือดส่งไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการนั่นเอง

  1. การดื่มชาสมุนไพรที่ช่วยลดความเครียด

หากใครที่ต้องการตัวช่วยในการช่วยลดความตึงเครียด จะมีสมุนไพรต่างๆที่ช่วยในการผ่อนคลาย ได้แก่ การดื่มชาจากดอกลาเวนเดอร์ คาร์โมมายล์ ดอกกุหลาบ ล้วนเป็นพืชที่ให้ความผ่อนคลายและนิยมเป็นอย่างมาก

จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงวิธีส่วนหนึ่งที่ช่วยในการจัดการความเครียด อาจไม่สามารถจัดการได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่าวิธีเหล่านี้ สามารถนำไปเป็นแนวทาง และนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อในจัดการความเครียดที่เกิดขึ้นได้พอสมควรเลยทีเดียว