สาเหตุโรคกระเพาะอาหารคือ

สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเกิดจากอะไร

โรคกระเพาะอาหาร ถือเป็นโรคที่ผู้คนนั้นเป็นกันจำนวนมาก  และเป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่พบในผู้ป่วยอายุน้อย นอกจากนี้หากคุณมีอาการของโรคนี้เกิดขึ้นบ่อย หรือถี่จนเกินไป  มีความเสี่ยงที่จะสามารถเป็นลำไส้อักเสบได้ เนื่องจากอาการจากทั้งสองโรคนี้ มีความคล้ายคลึงกัน และมีความเชื่อมโยงกัน อีกทั้งสาเหตุของการเกิดโรคประเภทนี้ ยังมาจากสาเหตุเดียวกันอีกด้วย หลายคนมักจะคิดว่าอาการแบบนี้ เกิดขึ้นไม่นาน ทานยาเดี๋ยวก็หาย แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อเกิดอาการขึ้นบ่อยครั้ง จนกลายเป็นอาการเรื้อรัง ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคมะเร็งทางกระเพาะอาหารได้

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastiritis) คือ การอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารจากกรดภายในกระเพาะ ซึ่งเรารู้จักกันดีว่า โรคกระเพาะนั่นเอง ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร

แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย ซึ่งอาการโดยมากของโรคกระเพาะอาหาร ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องกลางท้องช่วงบน ลักษณะการปวดคือรู้สึกปวดแน่น หรือแสบร้อน ซึ่งจะสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เช่น หลังการกินอาหาร อาการปวดท้องจะดีขึ้นหรือแย่ลง แล้วแต่บุคคล บางคนมีอาการอิ่มง่าย อิ่มไวระยะเวลาของการปวดกันข้ามวันหรือเป็นเดือนก็ได้ หรืออาจจะมีลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ แต่โดยทั่วไปแล้ว จะไม่รุนแรงแต่ถ้าปล่อยให้เป็นเรื้อรัง อาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ จนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกที่กระเพาะอาหาร, กระเพาะอาหารทะลุ, กระเพาะอาหารอุดตัน, มะเร็งกระเพาะอาหาร อาจจะนำไปสู่การเสียชีวิตได้เช่นกัน

สาเหตุโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักละเลย และไม่ระวังในเรื่องการรับประทานอาหาร ทำให้เป็นโรคชนิดนี้กันค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว และคนส่วนมากมักชอบแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ นั่นก็คือ การทานยาปฏิชีวนะ ซึ่งยาปฏิชีวนะ สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราวนั้น และหากทานมากเกินไป จะกลายเป็นโทษให้กับร่างกาย และถ้าร่างกายของเราเกิดอาการดื้อยาประเภทนั้นขึ้น ไม่ส่งผลดีแน่ๆ ซึ่งเราควรต้องรู้ถึงสาเหตุของการเกิดโรค และอาการประเภทนี้ เราถึงจะทราบช่องทางป้องกัน พร้อมหลีกเลี่ยงการเกิดโรคนี้ และสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อนี้

  1. ทานอาหารกึ่งสุก กึ่งดิบมากเกินไป

การทานอาหารกึ่งสุก กึ่งดิบมากจนเกินไปเป็นส่วนนึงที่ส่งผลให้เกิดโรคประเภทนี้ขึ้น โดยการทานอาหารไม่ปรุงสุกนี้จะเป็นการรับเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Helicobacter pylori นอกจากจะระวังเชื้อนี้ในอาหารที่ไม่ปรุงสุกแล้วยังต้องระวังอาหารอื่น ๆ ที่มีการปนเปื้อนเชื้อตัวนี้ด้วย ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้จะสามารถอยู่ได้ในสภาวะที่มีกรดสูง อีกทั้งยังเป็นเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักในการเกิดโรคลำไส้อักเสบอีกด้วย

  1. ทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดหรือเปรี้ยวจัดบ่อยเกินไป

การทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวและเผ็ดจัดบ่อยจนเกินไป นอกจากจะไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นการทำร้ายร่างกายทางอ้อมอีกด้วย เพราะหากทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะทำให้เยื่อบุชั้นบนในกระเพาอาหารได้รับความเสียหาย กระเพาะอาหารจะบวม แดงและเกิดการอักเสบขึ้นได้ ส่งผลให้มีอาการแสบร้อนภายในกระเพาะและเป็นสาเหตุของโรคอีกด้วย

  1. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เชื่อว่าหลายคนคงทราบว่าการดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ได้ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเลย นอกจากจะเข้าไปทำลายสติสัมปชัญญะทำให้เราสูญเสียการควบคุมร่างกายไปในช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ยังเข้าไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายด้วย และกระเพาะอาหารเป็นหนึ่งในนั้น โดยเมื่ออดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป มันจะเข้าไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร จากการกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมามากเกินไปจนทำให้เกิดการกัดและเกิดแผลในกระเพาะขึ้นนั่นเอง

  1. อยู่ในสภาวะเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป

ความเครียดและวิตกกังวลเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะขึ้น เพราะเมื่อเราอยู่ในสภาวะเครียดมาก ๆ จะส่งผลให้กระเพาะอาหารและลำไส้หยุดการทำงานไปชั่วขณะ ทำให้กรดในกระเพาะผลิตออกมาน้อยลงส่งผลให้อาหารที่ทานเข้าไปย่อยช้า จนก่อให้เกิดการแปรปรวนภายในลำไส้และกระเพาะอาหารได้ในที่สุด

  1. ควรใช้ช้อนกลางในการทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

หากไม่ใช้ช้อนกลางในมื้ออาหารที่ต้องทานร่วมกับผู้นอื่น จะเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ โพโลไร ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกันกับที่พบได้ในอาหารกึ่งสุก กึ่งดิบ และอาหารที่ไม่สะอาดไม่ถูกสุขอนามัย การใช้ช้อนกลางถือในมื้ออาหารที่ต้องทานร่วมกับผู้อื่น ถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียตัวนี้จากผู้อื่น และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย

  1. ทานยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้อักเสบ รวมถึงยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยเกินไป

ยาทั้ง 2 ประเภทนี้ จัดเป็นตัวยาที่อยู่ในกลุ่มยากัดกระเพาะ เพราะถ้าหากทานบ่อยหรือทานติดต่อกันเป็นเวลานาน ยากลุ่มนี้จะเข้าไปกัดกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารเป็นแผล ซึ่งหากเริ่มมีอาการแสบท้องขึ้นเมื่อไหร่ นั่นแสดงว่าเกิดแผลในกระเพาะอาหารแล้วนั่นเอง และถ้าหากยังทานยากลุ่มนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกระเพาะทะลุได้

  1. การทานอาหารไม่ตรงเวลา

เนื่องจากการทำงานของร่างกายกรดในกระเพาะอาหารจะหลั่งออกมาตามเวลา ซึ่งหากในมื้อนั้นเราไม่ได้ทานอาหารเข้าไป กรดที่หลั่งออกมานั้นก็จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารเมื่อเกิดแผลแล้ว อาจติดเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้

  1. การติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori

โดยแบคทีเรียตัวนี้นั้นมีชื่อเต็ม ๆ ว่า เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ติดต่อโดยการรับประทานอาหาร หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเยื่อบุกระเพาะ ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อบุกระเพาะ เกิดแผล และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในที่สุด

เชื่อว่าเมื่อได้ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบขึ้นจะทำให้เรามีการป้องกันและระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคและอาการที่รุนแรงขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเมื่อเกิดอาการเบื้องต้นคุณจะสามารถทราบได้ถึงสาเหตุและรักษาได้อย่างตรงจุดนั่นเอง