ติดเชื้อในกระเพาะอาหาร-มีอาการแบบไหน-รักษาอย่างไร

ติดเชื้อในกระเพาะอาหาร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร

การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะคิดว่าสามารถหายได้เองไม่ยาก คล้ายกับการเป็นโรคกระเพาะ แต่ในความจริงแล้ว อาการจะค่อนข้างแตกต่าง โดยอาการติดเชื้อจะมีการแสดงอาการต่าง ๆ  ทั้งอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดหัว และจุกเสียดเเน่น เป็นต้น ซึ่งเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิด การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร คือ เชื้อเอชไพโลไร (H.Pylori) เชื้อชนิดนี้สามารถติดต่อได้ผ่านทางคนสู่คน เป็นการติดเชื้อจากการที่เราล้างมือไม่สะอาด หรือไปหยิบจับอะไรที่มีการปนเปื้อน หากต้องการหยิบจับอะไร ควรล้างมือให้สะอาด และเช็ดทิชชูซ้ำอีกรอบ เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมานั่นเอง

สาเหตุของการติดเชื้อเอชไพโลไร

สาเหตุของการติดเชื้อนี้ ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด เพราะสามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลัก ๆ มาจากการเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วไม่ล้างมือ เมื่อเอามือมาหยิบจับสิ่งของรวมถึงอาหาร จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียตัวนั้นเข้าสู่ร่างกายได้ทันที โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น ร่างกายของคนเราจะพยายาม ทำการกำจัดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ ตามกลไกการทำงานธรรมชาติของร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด เพราะเชื้อชนิดนี้มีหลากหลายชนิดย่อย โดยเชื้อแบคทีเรียตัวนี้สามารถเข้าไป ทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารได้ ส่งผลให้เยื่อบุกระเพาะอ่อนแอลง และอาจเกิดแผลในกระเพาะได้อีกด้วย

วิธีการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย

วิธีการตรวจมีให้เลือกมากมาย โดยส่วนใหญ่ที่นี่ทีมแพทย์ทำการตรวจเอง เพื่อหาสาเหตุของอาการอย่างเคร่งครัด ซึ่งวิธีการตรวจมีดังนี้

  • การตรวจสอบลมหายใจในผู้ป่วย จะสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงทานสารที่มีส่วนประกอบของโมเลกุลคาร์บอน จากนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงได้นำถุงออกมาให้คนป่วยหายในใส่ถุง จากนั้นแพทย์จะนำลมหายใจไปตรวจหาร่องรอยจากการติดเชื้อ
  • การตรวจอุจจาระของผู้ป่วย ถือเป็นการเก็บข้อมูลอุจจาระไป เพื่อนำไปตรวจหาสารแอนติเจน ซึ่งถือเป็นอีกอย่างที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อนั่นเอง
  • การตรวจเลือด โดยการเจาะเลือดไปตรวจ จะเป็นการตรวจหาสารภูมิต้านทานที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นมาตามธรรมชาติ เพื่อที่จะนำไปใช้ต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย จึงทำให้วิธีการตรวจเลือดจะต้องอิงผลการตรวจจากวิธีอื่น ๆ มาร่วมด้วยอย่างแน่นอน
  • การส่องกล้อง Endoscopy เป็นการนำท่อต่อกับกล้อง เพื่อที่จะทำการสอดกล้องเข้าไปในทางเดินอาหาร โดยวิธีนี้แพทย์จะสามารถนำเศษชิ้นเนื้อออกมาด้วย ซึ่งเศษชิ้นเนื้อสามารถนำมาใช้ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ได้

การรักษาอาการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร

อาการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร สามารถรักษาหายได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรับประทานอาหาร การใช้ยาปฏิชีวนะ และในด้านความสะอาด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะจ่ายยาให้กับผู้ป่วย อย่างน้อย 2-3 ชนิด เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อได้ดีขึ้น ซึ่งหลังจากการรักษา แพทย์จะแนะนำให้เรากลับมาตรวจหาเชื้อซ้ำภายในเวลา 4 สัปดาห์ ถือเป็นการติดตามผลการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าหากพบว่ามีการติดเชื้ออยู่ คุณจะต้องได้รับการรักษาซ้ำ

การดูแลตัวเองและป้องกัน

วิธีการดูแลและป้องกันตัวเองที่ง่ายที่สุด คือ การมีสุขอนามัยที่ดี มีระเบียบวินัย ข้าวของเครื่องใช้ที่มีน้ำลาย มีคราบต่าง ๆ ควรนำไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาเดตตอล เพราะฝุ่นและความสกปรกมาทุกวัน หากไม่ทำความสะอาด อาจเป็นแหล่งเพาะพันธ์เชื้อได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการทานน้ำและอาหารที่ไม่สะอาด อย่างเช่น น้ำและอาหารที่วางขาย โดยไม่มีอะไรปิดหรือป้องกัน รวมถึงงดพวกอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุก  คาวดิบ และรสจัด อีกทั้งเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างเช่น ชา กาแฟต่าง ๆ และแอลกอฮอล์ รวมถึงการสูบบุหรี่  ผู้ป่วยควรงดเครื่องดื่มเหล่านี้ไปก่อน

การติดเชื้อในกระเพาะอาหารสามารถดูแลรักษาเองได้ง่าย ๆ และผู้ป่วยที่ได้รับผลตรวจแล้วว่าติดเชื้อ ควรทานยาอย่างเคร่งครัด ทานตามวันที่กำหนด นอกจากนี้ควรรักษาความสะอาดในด้านต่าง ๆ และควรทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นสกปรก หากใครที่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นร่วมด้วย อย่างเช่น อาการชัก หายใจไม่ แน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้