กรดไหลย้อน 3 ระยะ ที่คนเป็นต้องรู้

กรดไหลย้อนเป็นโรคที่ไม่มีใครไม่รู้จักในศตวรรษนี้ เป็นโรคที่เคียงคู่กันมากับคนวัยทำงานทุกเพศ ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ การกินอาหารที่มีไขมันสูง และปัจจัยอื่น ๆ ด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ล้วนแต่ส่งผลให้เกิดโรคกรดไหลย้อน แต่ใครจะรู้บ้างว่า อันทีจริงแล้วโรคกรดไหลย้อนก็มีระยะของโรคเช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ นั่นเอง วันนี้เราจึงพามารู้จักกับกรดไหล 3 ระยะ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ลองสังเกตตัวเองว่าตัวเรานั้นเข้าข่ายระยะของโรคที่เท่าไหร่แล้ว

โรคกรดไหลย้อน เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่

ระยะที่ 1 ท้องอืด ท้องเฟ้อ

อาการในระยะนี้จะท้องอืด มีลมตีขึ้นมามาก กินอะไรก็จะรู้สึกจุกแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หลังจากการกินอาหาร ทั้งนี้เกิดขึ้นมาจากการย่อยอาหารทำได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ภายในท้อง กระเพาะอาหารมีลมจำนวนมาก รวมถึงมาจากเศษอาหารที่ตกค้างภายในท้องและลำไส้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการในระยะนี้ มาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง อาทิ กินอาหารไม่ตรงเวลา ละเลยการกินอาหารมื้อเช้า การดื่มกาแฟ

คำแนะนำ ควรกินอาหารให้ตรงเวลา กินอาหารเช้าไม่เกิน 9 โมงเช้า และควรเคี้ยวอาหารอย่างละเอียด

ระยะที่ 2 จุลินทรีย์ไม่ดีสะสมภายในลำไส้จำนวนมาก

ในระยะนี้ปัญหามาจาการที่มีจุลินทรีย์ไม่ดีสะสมภายในลำไส้จำนวนมาก รวมถึงเศษอาหารที่ตกค้าง เมื่อกระบวนการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเป็นเวลานานจนเกิดอาการที่อาหารย่อยได้ไม่หมดและเกิดการตกค้างนั่นเอง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการจุกแน่น มีกลิ่นปากจากการสะสมอาหารเป็นเวลานาน ผายลมกลิ่นเหม็น มีลมภายในท้องจำนวนมาก ขับถ่ายได้ไม่ตรงเวลาหรือมีอาการขับถ่ายไม่สุด นอกจากนี้ยังพบอาการหายใจไม่สุด หรือไม่เต็มอื่ม ทำให้เหนื่อยง่าย เนื่องจากลำไส้เริ่มโป่งพองจากลมเบียดกระบังลม ส่งผลให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ และยังพบในบางรายมีอาการใจสั่น ใจหวิว อาการคล้าย ๆ กับคนที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ

คำแนะนำ ควรขับถ่ายให้เป็นเวลา เพิ่มความแข็งแรงให้กับกระเพาะอาหารและเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดี (Probiotics) เข้าสู่ร่างกาย เพื่อช่วยในการขับถ่าย และลดจำนวนจุลินทรีย์ที่ไม่ดีลง นอกจากนี้ยังควรต้องทานสมุนไพรอย่าง ขมิ้นชัน ขิง หรือพริกไทยดำ ผงกล้วยน้ำว้าดิบก็ยังเป็นตัวช่วยที่ดีในการช่วยลดอาการในระยะนี้นั่นเอง

ระยะที่ 3 สารอาหารในเลือดเหลือน้อย

ระยะที่ 3 นี้เป็นระยะที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจาการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์เป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งในระยะนี้นั้นสารอาหารในเลือกเหลือน้อยจนทำให้เซลล์ขาดสารอาหาร คนส่วนมากมักรักษาอาการที่ปลายเหตุส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ วิตกกังวล มีอาการหิวบ่อยแต่กินอาหารไม่ลง เม็ดเลือดของผู้ป่วยจะมีขนาดเล็กลงจนทำให้ออกซิเจนและน้ำในเลือดน้อยลงตามไปด้วย

คำแนะนำ สามารถทำได้โดยการเพิ่มสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดด้วยอาหารที่มีการย่อยได้เร็ว เช่น โสม กระชาย และกล้วยน้ำว้าดิบตากแห้งรวมถึงการการเติมจุลินทรีย์ที่ดีเข้าสู่ร่างกายเหมือนกับในระยะที่ 2 ซึ่งผู้ป่วยที่อยู่ในระยะที่ 3 โดยมากจะเกิดขึ้นจาการพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องมาเป็นระยะเวลาติดต่อกันยาวนาน เช่น การนอนดึก เครียด การอดอาหารเช้า การดื่มกาแฟเป็นประจำ ร่างกายขาดการพักผ่อน ปวดศีรษะ มึนศีรษะ ปวดท้ายทอย และอาการประจำเดือนมาน้อยหรือขาดในผู้หญิง ถ้าหากยังคงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะมีอาการบ้านหมุนตามมา ซึ่งเป็นกลไกของร่างกายที่จะบังคับให้เราหยุดการเคลื่อนไหว

ดังนั้น หากใครที่กำลังเผชิญกับอาการกรดไหลย้อนแล้วล่ะก็ ควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองตั้งแต่เสียวันนี้ เนื่องจากหากเรายังปล่อยให้อาการของโรคเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ๆ แล้วล่ะก็ จะเกิดผลเสียตามมามากมายต่อร่างกาย ไม่ใช่เพียงสารอาหารในเลือดจะน้อยลงเพียงอย่างเดียว หากสารอาหารดังกล่าวจะไม่สามารถถูกส่งไปเลี้ยงยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ เมื่อเลือดและอาหารไม่พอ ก็จะทำให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้ลดลง นั่นจะทำให้ส่งผลไม่ดีกับร่างกายในระยะยาว